
เริ่มต้นปีกันด้วยหนังสือประวัติศาสตร์โลกที่อยากแนะนำให้อ่าน…ต้องออกตัวก่อนว่านี่ไม่ใข่หนังสืออ่านเพลิน แต่ถ้าลองค่อยๆ อ่านไปสักพัก จะรู้สึกได้เลยว่ามันคือประวัติศาสตร์ที่เป็นเหตุเป็นผลและให้คำอธิบายที่น่าสนใจยิ่งกว่าเรื่อง นักรบผู้กล้า-นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่-กษัตริย์ผู้ปราดเปรื่อง อย่างที่เราคุ้นเคยกันมากนัก
ขอคัดบทนำที่ผมเขียนมาให้อ่านเล่นละกันนะคับ
คำนำผู้แปลหนังสือ "ประวัติศาสตร์มนุษย์ฉบับย่อ" หรือที่ผมเคยแปลชื่อตามต้นฉบับไว้ว่า "โครงข่ายมนุษย์"
ในยุคที่โลกก้าวรุดไปข้างหน้าเต็มอัตราเร่ง เครือข่ายอินเตอร์เน็ตอวดลีลากระพือข้อมูลข้ามโลกในชั่วพริบตา ข่าวการเสียชีวิตของไมเคิล แจกสัน กระจายถึงหูแฟนเพลงตามเมืองใหญ่ทั่วโลกภายในไม่กี่ชั่วโมง โรคระบาดสายพันธุ์ใหม่สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว เทคโนโลยีและแฟชั่นล้ำสมัยนำสิ่งแปลกใหม่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตและมุมมองของผู้คนในส่วนต่างๆ ของโลกอยู่เสมอ มาถึงจุดนี้ หลายคนอาจถามว่า มีเหตุผลอะไรให้เราปลีกตัวจากโลกไซเบอร์มาใส่ใจอิทธิพลของรถศึกเทียมม้าในสงครามเมื่อหลายพันปีก่อน ทำไมต้องละสายตาจากกระดานรายงานราคาหุ้นมาสนใจผลลัพธ์หลังจากชาวสเปนค้นพบเหมืองแร่เงินในโบลิเวีย การอ่านประวัติศาสตร์โลกจากหน้าหนังสือขนาดเต็มมือเช่นนี้จะให้อะไรกับเราในโลกของคนเจเนอเรชั่น ยูทูบ กูเกิ้ล และทวิตเตอร์
คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าประสบการณ์ทั้งภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ตอันทรงพลังได้พลิกผันรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในพ.ศ.นี้ไปมากแค่ไหน แต่เชื่อหรือไม่ว่า โครงข่ายเวิร์ลไวด์เว็บอันน่าอัศจรรย์เป็นแค่เวอร์ชั่นล่าสุดของโครงข่ายอันเก่าแก่ ที่สามารถสืบรากกลับไปได้หลายหมื่นปี ย้อนไปถึงสมัยที่บรรพบุรุษของเรายังถือหอกออกล่าสัตว์หาและเก็บกินผลไม้ป่า ปรมาจารย์ด้านประวัติศาสตร์สองพ่อลูกนาม วิลเลียมส์ แมคนีล และเจ อาร์ แมคนีลเรียกโครงข่ายที่มีอายุเท่ากับเผ่าพันธุ์ของเราว่า “โครงข่ายมนุษย์”
ผู้คนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่เป็นสมาชิกในโครงข่ายมนุษย์เวอร์ชั่นดึกดำบรรพ์ คงใช้เวลายามค่ำคืนอยู่รอบกองไฟ แบ่งปันอาหาร แลกเปลี่ยนข่าวสารเรื่องแหล่งจับปลาหรือทุ่งหญ้าที่มีสัตว์ชุกชุม พอเวลาล่วงเลยไป มนุษย์กลุ่มเล็กๆ ที่เคยอาศัยกระจัดกระจายกันก็เข้ามาแลกเปลี่ยนข้าวของ ร่วมประกอบพิธีกรรม ช่วยกันต่อต้านข้าศึกบ่อยครั้งขึ้น โครงข่ายการติดต่อแบบหลวมๆ เริ่มทวีความเข้มข้น เกิดเป็นสังคมใหญ่โตและซับซ้อนยิ่งกว่าเคย พอหมู่บ้านขนาดเล็กพัฒนาไปเป็นเมือง อาณาจักร และจักรวรรดิ โครงข่ายเวอร์ชั่นถัดไปก็ขยายตัวตามไปด้วย
เมื่อมนุษย์จำนวนมากขึ้นมีโอกาสติดต่อกันอย่างใกล้ชิดในโครงข่ายขนาดใหญ่กว่าเดิม ปริมาณข่าวสารและประสบการณ์ที่ไหลเวียนก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการหล่อโลหะเพื่อสร้างเครื่องมือที่เหมาะสมขึ้น ภาษาที่ช่วยขยายพรมแดนการสื่อสาร ศาสนาอันเป็นความหวังแต่ผู้ทุกข์ยาก เมล็ดพืชอาหารชนิดใหม่ที่มาบรรเทาความอดอยาก เทคนิคการสร้างอาวุธอานุภาพสูงที่จะช่วยพิชิตข้าศึก รวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บที่คร่าชีวิตมนุษย์คราวละมากๆ แต่ก็ช่วยผู้รอดชีวิตมีภูมิต้านทานในระยะยาวเช่นกัน บางครั้งโครงข่ายหลายชุดที่ผุดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ก็ขยายมาบรรจบและหลอมรวมกันเป็นโครงข่ายที่กว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นโครงข่ายสากล ครอบคลุมถึงมนุษย์ทุกคนในที่สุด
ไม่ว่าคุณจะอ่าน “โครงข่ายมนุษย์” ในฐานะหนังสือประวัติโลกเล่มแรกหรือเล่มที่ร้อย
ผมก็มั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้คือประวัติศาสตร์โลกฉบับพิสดารที่อัดแน่นด้วยคำอธิบายแปลกใหม่มากพอจะเซอร์ไพรซ์ทุกคน วิลเลียมส์ แมคนีล และเจ อาร์ แมคนีล เป็นสองยักษ์ใหญ่ในวงการประวัติศาสตร์โลก มีผลงานสร้างชื่อเกี่ยวกับอิทธิพลของโรคระบาด สงคราม การเข้าจังหวะ และสิ่งแวดล้อม นับเป็นโอกาสอันดีที่สองพ่อลูกมาร่วมกันลงแรงผลิตผลงานระดับมหากาพย์เล่มเด่น ที่จะนำเราก้าวพ้นการท่องจำรายละเอียดยิบย่อยเกี่ยวกับตัวบุคคลและเหตุการณ์ในอดีต ไปสู่การมองภาพกว้างเพื่อค้นหาสาเหตุมาอธิบายเหตุการณ์เด่นๆ ในประวัติศาสตร์โลก อาทิ ทำไมอารยธรรมโบราณจึงปรากฏขึ้นในอียิปต์ก่อนหน้ารัสเซีย อิสลามกลายมาเป็นพลังสร้างเอกภาพได้อย่างไร ทำไมชาวยุโรปจึงต้องนำเข้าทาสจากแอฟริกา อะไรช่วยให้โลกตะวันตกแผ่อิทธิพลรวมถึงสินค้าของตนไปทั่วโลกได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา และสังคมที่พยายามปิดตัวจากโลกภายนอกต้องเผชิญความย่อยยับในรูปไหน
เนื้อหาว่าด้วยการหล่อมหลอมวัฒนธรรมของชนหลากเชื้อชาติจนกลายเป็นอารยธรรมโลก ที่สองนักประวัติศาสตร์พ่อลูกบรรจงคัดสรรมาเรียบเรียงไว้ในแต่ละบท ยังช่วยตอกย้ำว่า พืชผัก คันไถ โรคภัย สายแร่ และสิ่งเล็กๆ นานัปการที่เรามักมองข้ามไป ต่างมีส่วนพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ยิ่งกว่าวีรบุรุษผู้กล้าหรือมหาราชที่เราเฝ้าท่องจำชื่อกันมานานเสียอีก
หนังสือ โครงข่ายมนุษย์ จะตีแผ่อิทธิพลของปัจจัยสารพัน และเผยมุมมองใหม่เกี่ยวกับภูมิหลังร่วมกันของคนทั้งโลก นี่คือตัวแทนงานประวัติศาสตร์สกุลใหม่ ที่เหมาะจะเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในยุคที่่เราควรมองตนเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกมากกว่าเคย
ลองเจียดเวลาจากการคลิกเม้าส์เพื่อบริโภคข้อมูลในโลกไซเบอร์ มาดื่มด่ำกับมหากาพย์ของเหตุการณ์และปัจจัยที่หล่อหลอมให้สังคมมนุษย์มีสภาพดังที่เรารู้จักในปัจจุบัน ผมมั่นใจว่าหนังสือประวัติศาสตร์เล่มนี้จะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่ออดีตและโลกรอบตัวไปไม่น้อย




ดีครับ จะหาอ่าน
เห็นแล้วครับ หยิบมาดูคร่าวๆแล้ว แต่ยังไม่มีตังค์ซื้อเลยหนหน้าเจออีกจะไม่พลาดละเล่มนี้นี่เอง
เพิ่งจบเรื่อง hot flat and crowed ไปหมาดๆ ไำด้ความรู้หลายอย่างเลย..
เล่มนั้นยังไม่ได้อ่านเลยคับพี่ปู…
ไปเจอในร้านหนังสือ "นายอินทร์" ช่วงปีใหม่ครับ อ่านจบอย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณผู้แปลที่ทำให้ผมเข้าใจถึง "วิถีแห่งการอยู่รอด" ด้วยการสร้างเครือข่ายที่เข้มข้นด้วยการแลกเปลี่ยนความรู้และโครงสร้างการบริหารจัดการ เล่มนี้เหนือกว่า "ปืน เชื้อโรค เหล็กกล้า" เพราะอธิบายรายละเอียดว่าทำไมคนยุโรปจึงมีภูมิคุ้มกัน "เชื้อโรค" ที่เข้มแข็งกว่าคนอินเดียนแดงขอบคุณผู้แปลอีกครั้งด้วยความซาบซึ้งครับผมกำลังเขียนบท "สังเคราะห์" หนังสือเล่มนี้ เพื่อแสวงหากลยุทธ์ในการสร้างความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ลงในเว็บไซด์ http://www.siamintelligence.com ครับ
ยินดีและขอบคุณที่มีคนอ่านงานชิ้นนี้อย่างกว้างขวางครับ ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนการศึกษาประวัติศาสตร์ในบ้านเรา ให้เข้าสู่เรื่องของเหตุผลและมองปัจจัยใหม่ๆ ได้หลากหลายมากขึ้น เมื่อนั้นประวัติศาสตร์จะกลามมาเป็นเสาหลักสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งให้สังคมได้มากทีเดียว รออ่านบทสังเคราะห์อยู่คับ
ถ้าไม่ขี้เกียจเกิน อ่านจบจะให้ความเห็นนะ
จะรอฟังความเห็นนะคับ
น่าอ่านค่ะ ทฤษฎีลับ..จายังไม่ได้อ่านเลยเล่มนั้นหนามากกก